บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอแซ็ป (asap) เดินหน้าสู่การเติบโตระยะใหม่ หลังกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Business) ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดจนมีสัดส่วนสูงถึง 74% ของรายได้รวม ล่าสุดประกาศยุทธศาสตร์ธุรกิจเชิงรุก ทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญจาก “ธุรกิจรถเช่า” สู่การเป็นผู้นำธุรกิจยานยนต์และผู้นำนวัตกรรมการเคลื่อนที่ครบวงจร (Mobility Ecosystem) พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มทันสมัยเชื่อมโยงธุรกิจยานยนต์ ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ สู่การยกระดับการบริการด้านการเดินทางอันทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน

เปลี่ยนผ่านจาก “ธุรกิจรถเช่า” สู่ Mobility Ecosystem
ในงานแถลงข่าว “SYNERGY STORY : DRIVING FORWARD TOGETHER” เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร asap พร้อมคณะผู้บริหารของบริษัทในเครือ ได้ร่วมกันเปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจ ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ การแข่งขันและทิศทางการขยายธุรกิจ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนว่า ภายใต้แนวคิด “Disciplined Growth. Smarter Mobility. EV-Ready.” ตั้งแต่ปีนี้ (2569) เป็นต้นไป บริษัทฯ กำลังเดินหน้าสู่การเติบโตระยะใหม่ โดยจะมีการผสานศักยภาพธุรกิจของ asap ซึ่งดำเนินธุรกิจบริการรถเช่าครบวงจร และศักยภาพของกลุ่มบริษัทในเครือ ซึ่งมีทั้งธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ ธุรกิจรถมือสอง ธุรกิจประกันภัย ฯลฯ ทั้งความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี ทรัพยากรบุคคล การเงิน และเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งของทั้งกลุ่ม ให้สามารถสนับสนุนและเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง โดยมีเป้าหมายสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับเปลี่ยนผ่านฐานธุรกิจเดิม จากธุรกิจรถเช่า สู่การเป็น “ผู้นำธุรกิจยานยนต์และนวัตกรรมการเคลื่อนที่ครบวงจร (Mobility Ecosystem) เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เร้าใจ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ที่ปัจจุบันนอกเหนือจากปัจจัย 4 เดิมแล้ว ยังมีอีก 4 ปัจจัยสำคัญและท้าทายของโลกยุคใหม่ คือ Connectivity, Energy, Wellness และ Mobility
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร asap กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ในธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ และกว่า 20 ปี ในธุรกิจรถเช่า ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากฐานธุรกิจแข็งแกร่ง ทีมผู้บริหารที่เปี่ยมวิสัยทัศน์ บุคลากรที่มีคุณภาพ และเครือข่ายธุรกิจที่มีศักยภาพ และการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ส่งผลทำให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดีและเติบโตอย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต และความล้ำหน้าของ AI asap ซึ่งมีศักยภาพและฐานธุรกิจที่พร้อมในทุกๆด้าน บริษัทฯมองเห็นโอกาสในการพัฒนาและขยายธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนไปอีกขั้น คือจากเพียงให้บริการรถเช่า สู่การยกระดับเป็น Mobility Ecosystem ที่สามารถเชื่อมโยงรายได้และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกันได้ทั้งระบบ
“จะเห็นว่า ทุกการเช่ารถ คือโอกาสของธุรกิจประกันภัย ทุกการคืนรถ คือโอกาสของธุรกิจรถมือสอง และทุกการทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้า ก็คือโอกาสของยอดขายในอนาคต… จากแนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างและศักยภาพของธุรกิจใหม่ของ asap ที่ทุกธุรกิจภายในเครือสามารถเชื่อมโยงและสร้างแรงส่งกลับเข้าหากันได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ธุรกิจรถเช่า รถมือสอง ประกันภัย ไปจนถึงธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและ Commercial Mobility โดยปัจจุบัน asap มีธุรกิจหลักครอบคลุมทั้ง asap Car Rental, GO by asap และ Casap รวมถึงบริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจประกันภัย รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งทุกธุรกิจล้วนมีผลประกอบการที่ดีและมีการเติบโตต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าเครือข่ายฐานธุรกิจที่สามารถสนับสนุนกันได้อย่างครบวงจรของเรานี้ จะส่งผลทำให้เราสามารถสร้างการเติบโตระยะใหม่ให้ธุรกิจ หรือเรียกว่าเป็น New Growth Engine ที่สำคัญขององค์กร”

ธุรกิจหลักยังแข็งแรง เดินหน้า EV Fleet และ AI Strategy
ในส่วนธุรกิจรถเช่า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ asap ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร asap กล่าวว่า ในปี 2569 บริษัทมีแผนที่จะยกระดับการบริการรถเช่า ให้สามารถรองรับความต้องการจากลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งองค์กร ภาครัฐ และลูกค้าทั่วไป โดยควบคู่ไปกับการขยาย EV Fleet สำหรับตลาดพรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนฟลีทรถใหม่ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ถึง 30% ของจำนวนรถใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะเดินหน้ากลยุทธ์ “EV Fleet – Try Before Buy” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าองค์กรและผู้ใช้งานรถน้ำมัน ได้ทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อสร้างโอกาสต่อยอดไปยังธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าภายในเครือต่อไป
ด้านธุรกิจรถเช่าระยะสั้น บริษัทมีแผนที่จะนำ AI Dynamic Pricing เข้ามาบริหารราคาแบบเรียลไทม์ตามความต้องการของตลาด พร้อมขยายสัดส่วนยอดขายตรงผ่านเว็บไซต์ ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันยอดขายตรงอยู่ที่ 55% ของทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะมีการร่วมมือแบบ Co-Branding กับ Trip.com เพื่อผลักดันยอด Booking Days ให้เติบโตขึ้นถึง 58% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหรือภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน
นอกจากนี้ asap ยังมีแผนที่จะเดินหน้าขยายบริการพนักงานขับรถสู่กลุ่มลูกค้าองค์กรระดับพรีเมียม ทั้งสายการบิน บริษัทเอกชน และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ

Casap ยกระดับกำไร ผ่านกลยุทธ์ Margin over Volume
สำหรับธุรกิจรถยนต์มือสอง ภายใต้แบรนด์ Casap ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างดียิ่ง ด้วยจุดแข็งด้าน Inventory ที่มีรถมือสองสภาพดีได้มาตรฐานพร้อมให้ลูกค้าเลือกหลากหลาย และความโดดเด่นแตกต่างจากตลาดรถมือสองทั่วไป คือนอกจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยังมีรถเชิงพาณิชย์สำหรับการใช้งานธุรกิจ รองรับความต้องการของธุรกิจ SME บริษัทฯ มีแผนที่เพิ่มการเติบโต ด้วยการปรับสัดส่วนการขายมาเน้นการขายปลีกซึ่งให้กำไรสูงกว่ามากขึ้น ซึ่งภายใต้กลยุทธ์ “Margin over Volume” จะมีการปรับสัดส่วนการขายผ่านลานประมูลให้เหลือเพียง 9% จาก 40%
asap Protect ต่อยอดฐานลูกค้าสู่ธุรกิจประกันภัย
ด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งบริหารงานโดยบริษัท เอแซ็ป โปรเทคท์ (asap Protect Company Limited) หรือ (asap Protect) และ asap ถือหุ้น 100% นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญและมีแนวโน้มเติบโตอย่างมีศักยภาพ ซึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ คาดว่าจะส่งผลทำให้ asap Protect เติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสามารถต่อยอดฐานลูกค้ารถเช่า ฟลีทรถยนต์ และการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าภายในกลุ่มบริษัทได้อย่างลงตัว ทั้งนี้ปัจจุบันกว่า 95% ของเบี้ยประกันภัยของบริษัทฯ มาจาก Ecosystem ภายในเครือ ขณะที่ตลาดภายนอกยังถือเป็นโอกาสการเติบโตสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้าและฟลีทรถองค์กรภายนอก
“การเติบโตของ asap Protect จะขับเคลื่อนจาก 4 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ การต่ออายุกรมธรรม์ การต่ออายุประกันของลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า ช่องทางใหม่จาก Evante และการขยายสู่ตลาดภายนอก ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันการเติบโตแบบ Organic Growth ควบคู่ไปกับการขยายตัวของทั้งกลุ่มบริษัท”
EA1 เร่งขยายเครือข่าย ผ่าน Brand CHANGAN – Deepal –Nevo-AVATR
ด้านธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจเรือธงใหม่ที่สำคัญของ asap ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จำกัด (Eternity at One Company Limited) หรือ EA1 ที่ asap ถือหุ้น 51% ทุกแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่บริษัทได้รับสิทธิ์เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Distributor) จาก CHANGAN คือแบรนด์ Deepal Lumin Nevo และ AVATR ล้วนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีการพัฒนางานขายและบริการหลังการขาย รวมถึงมีแผนขยายโชว์รูมให้รองรับความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากที่สุด โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2026 ไว้สูงถึง 14,500 คัน จากเป้าหมายรวมของ CHANGAN หรือเติบโต 79% จากปีก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีแผนขยายเครือข่ายจาก 36 แห่งเป็น 60 แห่ง ซึ่งตอนนี้กำลังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยกระจายทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2026
ขณะที่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม AVATR ที่บริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ก็มีการขยายและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านโชว์รูมแฟลกชิปทั้งสาขาบางนาและพระราม 6 โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2026 ที่ 1,200 คัน และเตรียมขยายโชว์รูมในต่างจังหวัด อีก 4 แห่งภายในปี 2026 นี้

Evante เปิดเกมรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ผ่าน MAXUS
อีกหนึ่งธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอย่างสดใส ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด (Evante Company Limited) หรือ Evante ซึ่ง asap ถือหุ้น 51% คือธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แม็กซัส (MAXUS Commercial) ซึ่ง Evante เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
Evante มุ่งเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งรถขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รถรับส่งเชิงพาณิชย์ รถพยาบาล และรถเฉพาะทาง ซึ่งจากภาพรวมของตลาดรถตู้เชิงพาณิชย์ในประเทศไทยที่มีขนาดประมาณ 16,000 คันต่อปี แต่ยังแทบไม่มีผู้เล่นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ส่งผลให้ MAXUS Commercial เป็นผู้เล่นรายแรกของตลาด โดยยังตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยในระยะยาวอีกด้วย
ทั้งนี้ Evante ตั้งเป้ายอดขาย Maxus ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ไว้ที่ 300 คัน ก่อนขยายสู่ 1,500 คัน ในปี 2027 และ 2,200 คัน ในปี 2028 และยังมีแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมและผู้แทนจำหน่ายไปทั่วประเทศด้วย โดยผู้สนใจสมัครเป็นผู้แทนจำหน่าย สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 065 456 1589

“จากภาพรวมการขยายธุรกิจหลักและแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ นับตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป จะเห็นว่าเรามีศักยภาพที่พร้อมเติบโตในทุกด้าน โดยผลประกอบการและการเติบโตนับจากนี้ไป จะไม่ได้มาจากการขยายขนาดธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากการสร้าง Ecosystem ที่สามารถตอบโจทย์ 4 ปัจจัยสำคัญของโลกยุคใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งมั่นใจว่า asap และธุรกิจในเครือที่ผนึกกำลังกันอย่างแข็งแกร่งนี้ เราจะสามารถพัฒนาโซลูชันที่ทันสมัย ทั้งด้านรถเช่า รถยนต์ไฟฟ้า พลังงาน เทคโนโลยี และบริการครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้คนและภาคธุรกิจเข้าถึงชีวิตการทำงาน และโอกาสใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งในโลกที่ทุกอย่างต้อง “พร้อมไปต่อ” ตลอดเวลา asap เชื่อมั่นว่า เราจะสามารถตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว โดยคาดว่ารายได้รวมของทั้งกลุ่มในปีนี้จะเติบโตสูงขึ้นกว่า 70 %”
บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือเอแซ็ป (asap) มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจยานยนต์และนวัตกรรมเคลื่อนที่ครบวงจร (Mobility Ecosystem) และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องยั่งยืน ดังวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ได้ประกาศไว้ คือ “บริษัทมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดในการให้บริการครบวงจรที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ โดยเน้นนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้า” โดยเฉพาะในโลกยุคใหม่ที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น