dot dot
dot
dot



ALL New MG3,New MG3,New MG3 2018,MG3 2018,MG3 ใหม่,2018 ALL New MG3,New MG3 2018,ALL New MG3 2018,ราคา ALL New MG3,ราคา New MG3,ราคา New MG3 2018,ราคา MG3 2018,ราคา MG3 ใหม่,i-SMART

CLS 300d AMG Premium

TR TRANSFORMER II

Get Out There. BMW xDays.


Porsche Centre Bangkok,Porsche Centre Pattanakarn,Porsche City Showroom Siam Paragon

Hyundai H1,ช่วงล่างใหม่ของ Hyundai H1,เที่ยวอยุธยา,Monotube,โช้คอัพชุดอัพเกรด Hyundai H1,ระบบ Monotube,โช้คอัพ Monotube,วัดหน้าพระเมรุ,เรือนจรุง,วัดนิเวศธรรมประวัติ,วัดใหญ่ชัยมงคล

จากัวร์ อี-เพช ใหม่,NEW JAGUAR E-PACE,JAGUAR E-PACE,JAGUAR E-PACE ใหม่,ราคาจากัวร์ อี-เพช ใหม่,ราคา JAGUAR E-PACE,ราคา JAGUAR E-PACE ใหม่,Jaguar SUV,E-PACE ใหม่,ราคา E-PACE ใหม่,รีวิวรถใหม่

ทดลองขับ Mazda CX-5 ใหม่,ทดลองขับ Mazda CX-5 ดีเซล,ทดลองขับ Mazda CX-5 เบนซิน, Mazda CX-5 ใหม่ เครื่องดีเซลและเบนซิน รุ่นไหนน่าใช้กว่ากัน,ทดสอบรถ Mazda CX-5 ใหม่,รีวิว Mazda CX-5 ใหม่,ทดลองขับ CX-5 ใหม่,Testdrive Mazda CX-5 ใหม่,ปัญหา CX-5,ปัญหา CX-5 ดีเซล,CX-5 น้ำดัน,ปัญหาน้ำดัน CX-5

Chevrolet trailblazer,รีวิวรถใหม่,ทดสอบรถ,ทดลองขับ,ทดสอบรถ Chevrolet,ทดลองขับ Chevrolet

ทดลองขับ Tata Super Ace Mint,ลองขับ Tata Super Ace Mint,Tata Super Ace Mint,ทดลองขับทาทา ซูเปอร์เอซ มินท์,ทดสอบรถ Tata Super Ace Mint,testdrive Tata Super Ace Mint,ทดลองขับรถบรรทุก Tata

โตโยต้า เมืองสีเขียว

Honda civic hatchback Vtec Turbo

LAMINA THE WORLD NUMBER 1 WINDOW FILMS,ฟิล์มเซรามิค,ceramic films,digital ctx

Nissan Emperor

Nissan U-Car นิสสันมือสอง



Hilux REVO Caravan Trip…บทพิสูจน์จริงระดับโลก Stage 3 : ทัชเค้นช์ อุซเบกิสถาน - เตหะราน อิหร่าน

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO


Day 18 : 20 มิ.ย. 2559 (ทัชเค้นช์)


เช้าวันนี้ถือเป็นการต้อนรับอย่างเป็นทางการสำหรับคณะสื่อมวลชนกลุ่มที่ 3 และลูกค้าผู้ใช้รถไฮลักซ์ วีโก้ และไฮลักซ์ รีโว่ ที่มาร่วมพิสูจน์สมรรถนะจริงระดับโลกและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเส้นทางสายไหมร่วมกัน

โดยได้นำทีมคาราวานออกสำรวจเมืองทาชเคนต์ เพื่อเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมต่างๆ ของชาวอุซเบกิสถานก่อนที่จะเดินทางไปยังเมืองซามาร์คานด์ (Samarqand) อีกหนึ่งเมืองหลักของเส้นทางสายไหมในช่วงบ่าย

เมื่อถึงเวลาที่คาราวานจะเดินทางต้องเจอกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิด คือ เมืองทาชเคนต์กำลังจะมีการประชุมระดับผู้นำประเทศ ทำให้มีความเข้มงวดในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยภายในเมืองอย่างแข็งขัน ส่งผลให้บางเส้นทางไม่สามารถขับรถผ่านไปได้ คาราวานจึงต้องพักการเดินทางอยู่ที่ทาชเคนต์กันอีกหนึ่งวัน เหตุการณ์เหล่านี้คงเป็นเสน่ห์ของคาราวานรถยนต์ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ทำให้ทีมต้องพิสูจน์การแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯ ถึงอิตาลี

ดังนั้นเพื่อไม่ให้การรอเป็นไปอย่างสูญเปล่า ทีมคาราวานจึงใช้เวลาช่วงเย็นไปเยี่ยมชม Minor Mosque มัสยิดสีขาวที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ใจกลางเมือง ชมความงามของสถาปัตยกรรมในช่วงแสงสุดท้ายของวันที่พระอาทิตย์กำลังจะลาไป พร้อมกับพระจันทร์ที่ขึ้นมาทักทายอยู่บนท้องฟ้า มัสยิดเปิดไฟสีขาวสวยงาม ด้านหน้ามีน้ำพุหลากสีมาประดับประดา สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้คนที่ผ่านไปมาได้ไม่น้อย

ชมความงามของมัสยิดกันจนสิ้นแสงอาทิตย์ ทีมคาราวานจึงกลับมาพักผ่อนที่โรงแรม เตรียมตัวสำหรับการเดินทางไกลเพื่อต่อยอดจากสถิติการเดินทางของไฮลักซ์ วีโก้ เมื่อ 9 ปีที่แล้วที่โตโยต้าขับตะลุยบนเส้นทางสายไหมมาจบที่เมืองทาชเคนต์แห่งนี้ พรุ่งนี้คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ จะเริ่มสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เดินทางต่อไปยังเมืองซามาร์คานด์ และเมืองบูคาร่า (Bukara) ระยะทางกว่า 590 กิโลเมตร


Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO


Day 19 : 21 มิ.ย. 2559 (ทัชเค้นช์ - ซามาร์คานด์ - บุคคาร่า)

หลังจากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันจนทำให้คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ต้องอยู่ที่ทาชเคนต์กันถึง 2 วัน วันนี้จึงได้เวลาเดินทางต่อ โดยเปลี่ยนแผนเล็กน้อยจากเดิมที่ต้องแวะพักที่เมืองซาร์มาคานด์ (Samarqand) จึงเปลี่ยนเป็นแวะเที่ยวชมกันเล็กน้อยแล้วขับตรงไปพักที่เมืองบูคาร่า (Bukara) รวมระยะทาง 586 กิโลเมตร

คาราวานออกเดินทางกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนสี่เลนผ่านภูมิประเทศทิวเขาสลับกับที่ราบ และบรรยากาศชนบทของอุซเบกิสถาน สภาพอากาศค่อนข้างร้อนและแห้งแล้ง และเนื่องจากวันนี้ต้องเร่งทำเวลากันพอสมควร เพื่อจะได้มีเวลาสัมผัสกับเมืองซามาร์คานด์ จึงมีการเร่งความเร็วในการขับขี่ ซึ่งสมรรถนะอัตราเร่งของเครื่องยนต์ใหม่ GD Efficient Boost ในไฮลักซ์ รีโว่ ก็ไม่ทำให้ทีมคาราวานผิดหวัง ทำได้ดีทั้งการวิ่งทางตรงและจังหวะเร่งแซง ทำให้เวลาประมาณบ่ายโมงทีมคาราวานก็มาถึงเมืองซาร์มาคานด์ พร้อมรับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมืองภายในห้องอาหารสุดหรู ก่อนจะออกไปสำรวจสถานที่สำคัญประจำเมือง

เมืองซาร์มาคานด์ (Samarqand) หรือเรียกแบบไทยๆ ว่าเมืองสมารขัณฑ์ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากทาชเคนต์ เคยเป็นแคว้นหนึ่งของอาณาจักรเปอร์เซียโบราณ มีชื่อในอดีตว่ามาราคานดา (Marakanda) พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเคยนำกองทัพกรีกมายึดครองเมืองนี้ และได้แต่งงานกับสาวพื้นเมืองนามว่าโรซานา (Roxana) หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมือไปอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพเติร์ก อาหรับ และมองโกล ที่มาพร้อมกับศาสนาอิสลาม

ซามาร์คานด์ถือเป็นเมืองที่มีความเป็นมาพอสมควร เพราะใครเข้ามาปกครองก็จะเผาเมืองเก่าทิ้ง แล้วสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยซามาร์คานด์ที่เห็นในปัจจุบันเป็นการสร้างใหม่ของนักรบยอดขุนพล อมิร์ ติมูร์ ที่ได้เลือกซามาร์คานด์เป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิติมูริด (Temurid) ซึ่งแผ่ขยายไปถึงดินแดนอาหรับ อินเดีย เปอร์เซีย โดยทุกครั้งที่รบชนะจะมีการกวาดต้อนช่างฝีมือจากที่นั้นๆ กลับมายังซามาร์คานด์เพื่อสร้างอนุสรณ์สถานที่วิจิตรพิสดารและใหญ่โตมโหฬาร เปรียบได้ดั่งมหานครโรมแห่งเอเชียกลางเลยทีเดียว

นอกจากนี้ซามาร์คานด์ยังตั้งอยู่บนจุดตัดเส้นทางการค้าในอดีต โดยมีแม่น้ำเซรัฟฟานไหลผ่าน และอยู่บนเส้นทางสายไหมมายาวนานกว่า 2,500 ปี ถือเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในยุคเฟื่องฟูของเส้นทางสายไหมเลยก็ว่าได้ และสถานที่ที่ทีมคาราวานได้ไปเยี่ยมชมคือ จตุรัสรีจีสตาน (Registan Square) อันโด่งดัง สัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวอุซเบกิสถาน ที่ล้อมรอบสามด้านด้วยมาดราซาขนาดใหญ่ งดงามด้วยงานประดับแผ่นกระเบื้องสีสดจากบนลงล่าง มีโดมสีเทอร์ควอยส์ (Blue Domes) อันโดดเด่น โดยมีผู้สร้างคือ ข้าหลวงชาวอุซเบกนามว่า ยาลังตุช บาคาดูร์ แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นตลาดชุมทางการค้าที่ถนนหกสายภายในเมืองตัดมาบรรจบกัน ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นลานสวนสนามของกองทัพและลานประหารนักโทษ นับเป็นโบราณสถานที่สำคัญและมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน อีกทั้งมีความวิจิตรสวยงามที่ยากจะหาที่ใดมาเปรียบ สร้างความประทับใจให้ทีมคาราวานเป็นอย่างมาก ซึ่งถึงแม้อากาศจะร้อนจัดแต่ทุกคนก็ต่างเดินชมและเก็บภาพกันอย่างมีความสุข

หลังชื่นชมความงามของจตุรัสรีจีสตานกันพอสมควรแล้ว คาราวานก็ออกเดินทางต่อไปยังเมืองบูคาร่าทันที เพื่อให้ถึงก่อนพระอาทิตย์ตกดิน จะได้มีโอกาสสำรวจเมืองโบราณแห่งนี้ ระหว่างทางผ่านเขตกำแพงเมืองเก่า ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดแวะพักบนเส้นทางสายไหมของคาราวานพ่อค้าในอดีต ทีมคาราวานจึงหยุดถ่ายภาพกันเล็กน้อยก่อนออกเดินทางต่อ และเนื่องจากระยะทางยังอีกไกล จึงต้องใช้ความเร็วบนสภาพถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อและขรุขระ แต่ด้วยโครงสร้างแชสซีส์ FIRM และระบบช่วงล่าง DCS ที่ออกแบบระบบการสั่นสะเทือนใหม่ให้แหนบยาวขึ้น โช๊คอัพใหญ่ขึ้น ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี รวมถึงการควบคุมเสถียรภาพของห้องโดยสาร ทำให้การขับขี่ราบเรียบ นุ่มนวล ก็ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารยังคงนั่งสบาย ไม่รู้สึกถึงแรงสะเทือนมากนัก และด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ GD Efficient Boost ของไฮลักซ์ รีโว่ ก็ทำให้ทีมคาราวานมาถึงบูคาร่ากันก่อนพระอาทิตย์ตกดิน และมีโอกาสได้สำรวจเมืองมรดกโลกแห่งนี้กันตามที่ตั้งใจไว้

บูคาร่า (Bukhara) เป็นชื่อที่มาจากภาษาเปอร์เซียโบราณว่าบูคารัค (Bukharak) แปลว่าสถานที่แห่งความสุขความโชคดี เป็นเมืองโอเอซิสกลางทะเลทรายที่เป็นจุดศูนย์กลางสำคัญทางการค้าบนเส้นทางสายแพรไหมเพราะเป็นจุดตัดของถนนซึ่งทอดตรงมาจาก เมิฟว์ กูร์กันจ์ เฮรัต คีวา และซามาร์คานด์ จึงเป็นจุดแวะพักของกองคาราวานเช่นเดียวกับเมืองซามาร์คานด์ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลามในเอเชียกลางที่องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลก เปรียบได้ดั่งพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ยังมีลมหายใจ อายุมากกว่า 2,500 ปี ในยุครุ่งเรืองที่สุด บูคาร่ามีมาดรัสซาถึง 250 แห่ง หอมินาเรตกว่า 200 หลัง และมัสยิดเท่ากับจำนวนวันในหนึ่งปี

โดยทีมคาราวานมีโอกาสได้ไปดูแสงสุดท้ายกันที่จตุรัสสำคัญที่สุดในเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยมัสยิด และเสามินาเรต ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของบูคาร่า โดยในศาสนาอิสลามจะนิยมสร้างมินาเรตขึ้นข้างๆ มัสยิด เพื่อทำหน้าที่ประกาศเรียกชาวบ้านในละแวกนั้นมาทำพิธีละหมาด 5 ครั้งต่อวัน เรียกว่า การอะซาน หรือการบัง ภาษาไทยเลยเรียก มินาเรตว่า หออะซานหรือหอบัง โดยคำว่ามินาเรต (Minaret) มาจากภาษาอาหรับว่า มานารา (Manara) ซึ่งแปลว่าประภาคาร ฉะนั้นหน้าที่ของมินาเรตอีกอย่างคือทำหน้าที่ส่องไฟเพื่อบอกทิศทางหรือจุดหมายสำหรับกองคาราวานที่เดินทางยามค่ำคืน และสร้างให้สูงเพื่อให้มองเห็นได้จากที่ไกลๆ ในเวลากลางวัน นอกจากนั้นยังไว้ใช้สังเกตการณ์เฝ้าดูข้าศึกในยามสงคราม นับว่ามินาเรตเป็นสิ่งคู่กับมัสยิดเช่นเดียวกับโบสถ์คริสต์ที่มักจะมีหอระฆังสร้างอยู่ข้างกันเสมอ

ทีมคาราวานได้เดินเล่นพร้อมเก็บภาพความประทับใจ จนกระทั่งแสงทไวไลท์สีน้ำเงินถูกแทนที่ความงามด้วยสีดำสนิทของท้องฟ้าที่มาพร้อมกับดาวและพระจันทร์ดวงโต ยิ่งทำให้เมืองนี้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก จนอยากจะอยู่ต่ออีกสักคืน แต่ภารกิจอันยิ่งใหญ่ยังรออยู่เบื้องหน้า ทำให้ต้องบอกลาบูคาร่ากันในคืนนี้ แล้วเตรียมลุยต่อกับภารกิจข้ามแเดนในวันพรุ่งนี้ มุ่งหน้าสู่ประเทศเติร์กเมนิสถาน


Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO


Day 20 : 22 มิ.ย. 2559 (บุคคาร่า - แมรี่)

เข้าสู่วันที่ 20 ของการเดินทางกับภารกิจข้ามชายแดนสู่ประเทศเติร์กเมนิสถาน ประเทศที่แทบไม่มีใครเคยไปทำให้มีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศนี้น้อยมาก ทีมคาราวานจึงออกจากบูคาร่ากันตั้งแต่ 7 โมงเช้า เพราะไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้างในการข้ามชายแดน

ปลายทางของวันนี้คือ เมืองแมรี่ (Mary) เมืองใหญ่อันดับสองของเติร์กเมนิสถาน ระยะทางรวม 400 กิโลเมตร ระหว่างทางผ่านเมืองเก่าและป้อมปราการ Ark ป้อมปราการหลักของเมือง หลังจากนั้นเข้าสู่บรรยากาศของความแห้งแล้งอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่ด่านขาออกประเทศอุซเบกิสถาน ซึ่งขั้นตอนการตรวจยังคงเข้มงวดและใช้เวลากันพอสมควรแต่ก็ยังถือว่าเร็วกว่าตอนขาเข้ามาก

ออกจากด่านตรวจของอุซเบกิสถานและผ่านเขต No Man’s Land มาได้ไม่นาน ก็เข้าสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งมีความแตกต่างจากทุกประเทศที่ผ่านมาพอสมควร ทั้งเรื่องความสะอาดและสถานที่ แต่ขั้นตอนการตรวจมีความละเอียดและเข้มงวดไม่ต่างกัน ทีมคาราวานต้องผ่านการตรวจทีละคัน และเปิดสัมภาระทุกชิ้นให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร หลังจากนั้นคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ก็เข้าสู่ประเทศเติร์กเมนิสถานอย่างเป็นทางการ

เติร์กเมนิสถาน เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายแห้งแล้ง ทิศใต้อยู่ติดกับประเทศอิหร่านโดยมีเทือกเขาคั่นกลาง ทิศตะวันตกติดกับทะเลแคสเปียนอันเป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ ทิศเหนือและทิศตะวันออกติดกับอุซเบกิสถานและอัฟกานิสถาน เศรษฐกิจหลักของประเทศเน้นหนักไปที่การส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และได้ชื่อว่าเป็นชาติที่โดดเดี่ยวที่สุดในกลุ่มเอเชียกลาง รัฐบาลมีอำนาจการปกครองแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก แต่เชื่อว่าน่าจะเปิดประเทศมากขึ้นในอนาคต สื่อต่างๆ อยู่ในการควบคุมอย่างเข้มงวด มีการบล็อกโซเชียลเน็ตเวิร์คทุกชนิด การขอวีซ่าก็เช่นเดียวกัน ทำให้การเข้าเติร์กเมนิสถานเป็นเรื่องยากมาก ผิดกับสมัย 800 กว่าปีก่อน ที่ประเทศนี้ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางการค้าแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมเลยก็ว่าได้

คาราวานมุ่งหน้าสู่เมืองแมรี่ โดยถนนนอกเมืองในช่วงแรกนี้ค่อนข้างขรุขระเกือบตลอดทางและมีทางโค้ง แต่สมรรถนะช่วงล่าง DCS ที่ยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยมและระบบควบคุมการทรงตัว VSC ทำให้ผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างราบรื่น ระหว่างทางทีมคาราวานแวะที่เมืองเมิร์ฟ (Merv) เมืองที่เคยเป็นจุดแวะพักของกองคาราวานสินค้าในอดีต ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ในช่วงศตวรรษที่ 11 นั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น แต่ไม่นานก็ถูกชาวมองโกลยกทัพมาตีจนพังพินาศ ร่องรอยที่เหลือจึงมีเพียงซากกำแพงและซากปรักหักพังต่างๆ โดยจุดที่ทีมคาราวานแวะชมคือ Mausoleum of Sultan Sanjar ซึ่งเป็นสุสานของ Ahmad Sanjar บุคคลที่สำคัญในอดีตของเติร์กเมนิสถาน หลังจากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองแมรี่ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 30 กิโลเมตร โดยทีมคาราวานมาถึงกันดึกพอสมควร จึงมีเวลาเพียงแค่เดินชมมัสยิดที่เปิดไฟสว่างอยู่กลางเมือง แล้วกลับมาพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้ในการเดินทางสู่เมืองอาชกาบัต (Ashgabad) เมืองหลวงของเติร์กเมนิสถาน


Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO


Day 21 : 23 มิ.ย. 2559 (แมรี่ - อาซกาบัด)

วันนี้คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ได้มุ่งหน้าสู่เมืองอาชกาบัต (Ashgabad) เมืองหลวงของประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองแมรี่มากนัก ด้วยระยะทาง 376 กิโลเมตร ก่อนเดินทางมีการแวะเติมน้ำมันกันเล็กน้อย ระหว่างทางผ่านอาคารบ้านเรือนต่างๆ ทำให้เราได้มีโอกาสชมวิถีชีวิตชาวเติร์กผ่านสองข้างทาง และสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ การที่มีคนมายืนโบกรถอยู่ตลอดซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของที่นี่ ที่สามารถโบกรถและขอโดยสารกับรถที่ผ่านไปมาได้ หากจอดรับก็จะมีการหารค่าโดยสารกันด้วยความสมัครใจและเชื่อใจกัน ซึ่งคงมีไม่กี่ประเทศที่ทำแบบนี้ได้

เส้นทางวันนี้ไม่ต่างจากเมื่อวาน ถนนส่วนใหญ่เป็นทางตรงแต่ขรุขระและมีฝุ่น สภาพอากาศร้อนจัด ในช่วงบ่ายอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเดินทาง เพราะระบบปรับอากาศภายในรถทำหน้าที่ได้อย่างดี จนไม่รู้สึกถึงความร้อนระอุภายนอกรถ นอกจากนี้ทีมคาราวานยังเตรียมพร้อมด้วยการนำเครื่องดื่มมาแช่ไว้ในช่องเก็บของรักษาความเย็น (Cool Box) ที่มีในไฮลักซ์ รีโว่ เพื่อให้สามารถหยิบมาดื่มเติมความสดชื่นท่ามกลางอากาศร้อนได้ตลอดเวลา

เวลาผ่านไปไม่นาน คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ก็เดินทางมาถึงเมืองอาชกาบัต เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเติร์กเมนิสถาน มีประชากรประมาณ 7 แสนคน (ข้อมูลปี 2544) เป็นเมืองที่มีความโอ่อ่า สะอาด และสวยงามอลังการจนต้องตะลึง งานสถาปัตยกรรมหลักๆของเมือง ทั้งอาคารบ้านเรือน สำนักงาน และสถานที่ราชการ สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวนำเข้าจากอิตาลี ทำให้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยสีขาวใสบริสุทธ์ โดยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่นำมาพัฒนาประเทศนั้น เป็นผลมาจากการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ใต้ผืนดิน หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และได้กลายมาเป็นทรัพยากรสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเติร์กเมนิสถานจนถึงปัจจุบัน จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นเมืองหลวงทั้งเมืองจะถูกสร้างด้วยหินอ่อน แม้กระทั่งป้ายรถเมล์ ซึ่งไม่ใช่แค่สร้างจากหินอ่อนเท่านั้น แต่ยังติดเครื่องปรับอากาศอีกด้วย สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ เช่น โคมไฟที่เรียงรายอยู่ริมทางก็ยังถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาอย่างประณีตสวยงาม

คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ขับไปตามทางเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่แปลกตา สวยงามจนต้องตะลึง จนเวลาบ่ายโมงจึงแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารท้องถิ่นคุณภาพดี เมนูหลักคือ ข้าวผัดกับเนื้อแกะรสดี จากนั้นเดินทางเข้าโรงแรม ก่อนจะออกมาเที่ยวชมเมืองกันอีกครั้งในช่วงเย็น โดยมีไกด์ท้องถิ่นช่วยนำเที่ยว ชมตลาดหลักประจำเมือง ศูนย์รวมสินค้าทุกชนิด ตั้งแต่เครื่องใช้ส่วนตัวในชีวิตประจำวัน ของสด ขนมปัง โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ จากนั้นขึ้นรถบัสชมเมืองผ่านอนุสาวรีย์ที่เป็นรูปม้าสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเติร์กเมนิสถาน เพราะม้าที่นี่จัดว่าเป็นหนึ่งในม้าพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก รถบัสพาทีมคาราวานผ่านอาคารสำคัญมากมายหนึ่งในนั้นคือ สนามกีฬาที่สร้างขึ้นมาอย่างสวยงามเพื่อเตรียมสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ในปีหน้า จากนั้นไปเก็บภาพกันต่อที่อนุสาวรีย์และอนุสรณ์สถานประจำเมืองที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ไม่ไกลกัน ชิงช้าสวรรค์หินอ่อน และฝั่งตรงข้ามยังมีอาคารกระทรวงศึกษาธิการ ที่ออกแบบอาคารเป็นรูปหนังสือที่กำลังเปิด ถัดไปมีอาคารของกระทรวงการต่างประเทศที่มีลูกโลกเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาคาร เรียกได้ว่าการออกแบบทุกอาคารของที่นี่นอกจากความสวยงามโอ่อ่าแล้ว ยังเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

หลังจากนั้นทีมคาราวานไปรับประทานอาหารเย็นกันที่ร้านอาหารท้องถิ่น ซึ่งอยู่บนอาคารสูงให้ได้ชมวิวเมืองสวยๆ ยามค่ำคืนไปพร้อมๆ กับการรับประทานอาหารอร่อยๆ ถือเป็นการจบวันด้วยความประทับใจอีกครั้ง


Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO


Day 22 : 24 มิ.ย. 2559 (อาซกาบัด - มัชฮัด)

เข้าสู่วันสุดท้ายในเติร์กเมนิสถาน ประเทศที่ก่อนจะเดินทางมาถึง ได้สร้างความหวั่นใจให้ทีมคาราวานพอสมควร เนื่องจากเราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย แต่สามวันในเติร์กเมนิสถานกลับสร้างความประทับใจให้ทุกคนอย่างคาดไม่ถึง ทั้งความสะอาดสวยงามของเมืองต่างๆ และมิตรไมตรีของชาวเติร์ก

โดยวันนี้หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะสื่อมวลชนของเติร์กเมนิสถาน ที่เข้ามาสัมภาษณ์พูดคุยกับทีมคาราวานเพื่อทำสกู๊ปในรายการกันอย่างสนใจ นอกจากนี้ยังได้พาชมสนามกีฬาที่จะใช้จัดการแข่งขันเอเชียนอินดอร์เกมส์ในปี 2017 อย่างใกล้ชิด พร้อมถ่ายภาพกับทีมคาราวานเป็นที่ระลึกก่อนจะลาจากกันด้วยความประทับใจ

จากนั้นจึงได้เวลาเข้าสู่ภารกิจหลักของวันนี้ คือการเดินทางข้ามชายแดนเข้าสู่ประเทศอิหร่าน โดยมีปลายทางอยู่ที่เมืองมัชฮัด (Mashhad) ระยะทางรวม 280 กิโลเมตร ซึ่งขั้นตอนการข้ามชายแดนของด่านตรวจทั้งสองประเทศนั้น ดำเนินไปอย่างราบรื่นและไม่ได้ใช้เวลามากนัก โดยส่วนของด่านขาออกจากเติร์กเมนิสถาน มีเจ้าหน้าที่มาช่วยอำนวยความสะดวกให้ ทำให้ผ่านมาได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เข้าสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศอิหร่านที่อยู่ติดกันทันที ซึ่งมีไกด์ท้องถิ่นของอิหร่านมารอต้อนรับและอำนวยความสะดวกในขั้นตอนต่างๆ ให้ทีมคาราวาน ใช้เวลาไม่นานนักคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ก็ผ่านเข้าประเทศอิหร่านมาได้อย่างไร้อุปสรรค

ประเทศอิหร่าน หรือ เปอร์เซีย มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เป็นประเทศในเอเชียตะวันตก มีเขตแดนติดกับประเทศอาร์มีเนีย นากอร์โน-คาราบัค และอาเซอร์ไบจาน ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดประเทศคาซัคสถานและรัสเซีย โดยมีทะเลแคสเปียนคั่น ติดประเทศเติร์กเมนิสถานทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และติดประเทศอัฟกานิสถานและปากีสถานทางทิศตะวันออก ติดอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมานทางทิศใต้ และติดประเทศตุรกีกับอิรักทางทิศตะวันตก มีพื้นที่ 1,648,195 ตารางกิโลเมตร จำนวนประชากร 78.4 ล้านคน อีกทั้งยังเป็นประเทศเดียวที่มีชายฝั่งในแถบทะเลแคสเปียนและมหาสมุทรอินเดีย

ประเทศอิหร่านมีความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์มาช้านานเนื่องจากที่ตั้งอยู่ในกลางยูเรเซียและเอเชียตะวันตก และอยู่ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ในอดีตนั้นเส้นทางสายไหมถือว่าอยู่ใต้อิทธิพลที่ราบสูงอิหร่านเสมอมา ประมุขเปอร์เซียไม่ว่าจะในราชวงศ์ใด ล้วนสามารถเกื้อหนุนหรือบั่นทอนการค้าบนเส้นทางสายนี้ได้ เมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา เปอร์เซียมีการผลิตสินค้าน้อยมาก เพราะรู้ดีว่าบรรดาสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือยต่างๆ จะต้องผ่านดินแดนเปอร์เซีย จึงหาหนทางแสวงหาความมั่งคั่งได้ไม่ยาก ซึ่งก็ไม่ใช่แค่การค้าทางบกจากตะวันออกเท่านั้น ยังรวมถึงเส้นทางการค้าทางทะเลอีกด้วย เพราะอ่าวเปอร์เซียเป็นเส้นทางใกล้ที่สุดที่เชื่อมทะเลเปิดเข้ากับเส้นทางสายไหมนั่นเอง นี่คือหนึ่งในประเทศที่มีประวัติศาสตร์มาช้านาน โดยคาราวานไฮลักซ์ รีโว่จะพาทุกคนเดินทางผ่านดินแดนประวัติศาสตร์แห่งนี้ไปพร้อมๆ กัน

เส้นทางในประเทศอิหร่านหลังออกจากด่านชายแดน ส่วนใหญ่เป็นถนนคดเคี้ยว ต้องมีการขึ้น-ลงเขากันตลอด แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการขับขี่ เพราะในไฮลักซ์ รีโว่ มีระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน หรือ DAC (Downhill Assist Control) ควบคุมแรงดันเบรกที่ล้ออัตโนมัติ ช่วยให้รถเคลื่อนลงเนินชันด้วยความเร็วสม่ำเสมอโดยไม่ต้องแตะเบรก จึงสามารถขับโดยชมวิวสวยๆ สองข้างทางไปด้วยอย่างสบายๆ ภูมิประเทศในช่วงนี้เป็นทะเลทรายแห้งแล้งสลับกับหุบเขาตลอดทาง มีความสวยงามแปลกตา ส่วนสภาพอากาศนั้น ช่วงนี้ถือเป็นฤดูร้อนของอิหร่าน อากาศจึงร้อนจัดมาก ซึ่งหากเป็นฤดูหนาว ก็จะหนาวจัดถึงขั้นติดลบเลยเช่นกัน และนอกจากวิวสวยๆ แล้ว ระหว่างทางเรายังได้สัมผัสกับมิตรไมตรีของชาวอิหร่านที่มีให้คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ตลอดทาง บ้างก็เปิดกระจกโบกมือทักทายให้กำลังใจ บ้างก็ขอถ่ายรูปกับทีมคาราวานและยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่สร้างความประทับใจแรกพบให้กับทีมคาราวาน

เดินทางมาได้ไม่นาน คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ก็มาถึงเมืองมัชฮัด เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอิหร่าน และเป็นเมืองหลักของจังหวัดราซาวีคอราซาน ใกล้ชายแดนประเทศอัฟกานิสถานและเติร์กเมนิสถาน แต่เดิมนั้นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อไนกัน มีเส้นทางสายไหมผ่านทางตอนใต้ ซึ่งหลังจากเป็นที่ฝังศพอิหม่ามเรซา จึงมีความสำคัญมากขึ้น เสียดายที่เราไม่ได้มีเวลาให้กับเมืองนี้มากนัก เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องออกเดินทางกันยาวๆ อีกครั้ง เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองสำคัญอีกแห่งหนึ่งของอิหร่าน


Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO


Day 23 : 25 มิ.ย. 2559 (มัชฮัด - ยาซด์)

เข้าสู่การเดินทางวันที่ 23 ครึ่งทางของการเดินทางบนเส้นทางสายไหม โดยวันนี้ทีมคาราวานจะต้องเดินทางไกลกันอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่เมืองยาซ์ด (Yazd) กับระยะทางยาวถึง 930 กิโลเมตร ทำให้คาราวานต้องออกเดินทางกันแต่เช้า ฉะนั้นโอกาสเดียวที่ได้สัมผัสเมืองมัชฮัดคือ การชมวิวมุมสูงของเมืองจากห้องรับประทานอาหารเช้าสุดหรูของโรงแรม

จากนั้นคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ก็เคลื่อนขบวนออกจากมัชฮัดกันทันที ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุของที่ราบทะเลทราย ซึ่งตั้งแต่ออกจากเมืองออช ของคีร์กีซสถานเป็นต้นมา คาราวานต้องวิ่งผ่านอากาศที่ร้อนจัดต่อเนื่องทุกวัน แต่ไฮลักซ์ รีโว่ทุกคันยังคงขับผ่านไปได้อย่างสบายๆ ด้วยสมรรถนะที่แรงเต็มพิกัด แบบไร้ปัญหาใดๆ พิสูจน์ให้เห็นถึงความทนทานของเครื่องยนต์ใหม่ GD Efficient Boost ที่ไม่ว่าอากาศจะเลวร้ายแค่ไหนก็อึดพร้อมลุยทุกอุปสรรค

เส้นทางในวันนี้ไม่แตกต่างจากเมื่อวานนัก ผ่านชุมชนสลับที่ราบทะเลทราย มีการแวะพักเป็นช่วงๆ และเติมน้ำมันกัน แต่สิ่งที่ยากสำหรับวันนี้คือการหาร้านอาหารกลางวัน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงถือศีลอดของประเทศอิหร่าน ช่วงกลางวันหลายๆ ร้านจึงปิดให้บริการ แต่ก็พอมีร้านข้าวและเนื้อแกะรสดีพอให้ทีมคาราวานได้เติมพลัง สำหรับการเดินทางไกลในวันนี้ ซึ่งนอกจากอาหารแล้วปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่ช่วยให้การนั่งรถนานๆ ไม่ล้าจนเกินไปคือ ความสะดวกสบายของห้องโดยสาร ซึ่งไฮลักซ์ รีโว่ได้ถูกออกแบบมาอย่างดี ด้วยห้องโดยสารที่กว้าง ช่วงล่างที่นิ่มลดแรงสั่นสะเทือน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีทั้งเครื่องทำความร้อน (Heater) ระบบปรับอากาศ (Air Condition) ช่องเก็บของรักษาความเย็น (Cool Box) ช่อง USB และช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC220 หรือช่องปลั๊กไฟบ้าน ฯลฯ ทำให้การอยู่ในรถนานๆ ไม่ใช่เรื่องลำบากหรือเหนื่อยจนเกินไปสำหรับผู้ร่วมคาราวาน

ช่วงท้ายของการเดินทางก่อนเข้าสู่เมืองยาซ์ด คาราวานขับผ่านพื้นที่หุบเขา เป็นความสวยงามส่งท้ายวัน ที่มาพร้อมกับแสงสุดท้ายจากพระอาทิตย์ดวงกลมโต เป็นการต้อนรับทีมคาราวานเข้าสู่เมืองยาซ์ดได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งกว่าจะถึงที่พักก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว ทุกคนจึงรับประทานอาหารเย็นกันแบบง่ายๆ ก่อนจะแยกย้ายพักผ่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาสำรวจความงามของเมืองยาซ์ดกัน


Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO


Day 24 : 26 มิ.ย. 2559 (ยาซด์ - ชีราซ)

เช้าวันนี้ทีมคาราวานได้มีโอกาสออกสำรวจเมืองยาซ์ดกันก่อนจะเดินทางไปยังเมืองต่อไป ซึ่งยาซ์ดนั้นเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมากว่า 5,000 ปี มีความสำคัญอย่างมากบนเส้นทางสายไหม เพราะตั้งอยู่ใจกลางประเทศ และเป็นจุดบรรจบของเส้นทางการค้าจากทั่วทุกสารทิศ ทำให้ยาซ์ดเป็นเมืองที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดเมืองหนึ่งในอดีต

โดยสถานที่แรกที่ทีมคาราวานไปสำรวจกันในวันนี้ คือ Amir Chakhmagh จตุรัสสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองยาซ์ด ที่มีมัสยิด อ่างอาบน้ำโบราณในอดีต และที่สำคัญยังเป็น Caravanserai หรือจุดแวะพักของคาราวานในช่วงเส้นทางสายไหม จากนั้นไปต่อกันที่ Masjid Jama ซึ่งเป็นมัสยิดหลักของเมือง พอเดินเข้าไปจะเห็นหอมินาเรตคู่ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านบนของอาคาร ก่อนจะปิดท้ายด้วยการไปชมเมืองเก่าที่มีอายุยาวนาน ก้าวแรกที่ได้สัมผัสก็รับรู้ได้ถึงความเก่าแก่และมีเสน่ห์ของย่านนี้ ทั้งเมืองเป็นสีส้มอ่อน เมื่อต้องกับแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้า ทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาราวกับได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีต เดินชมวิถีชีวิตยามเช้าของคนที่นี่สักพัก จึงกลับไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมตัวออกเดินทางกันต่อ โดยเป้าหมายของคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ในวันนี้คือ เมืองชีราซ (Shiraz) ที่ห่างออกไปราว 455 กิโลเมตร สภาพเส้นทางยังคงไม่ต่างไปจากเดิม ด้วยภูมิประเทศอันมีเอกลักษณ์ของอิหร่าน คือถ้าเป็นเขตเมือง ก็จะมีลักษณะเป็นชุมชนกระจุกตัว แต่ถ้าออกนอกเมืองก็จะเป็นที่ราบแห้งแล้งที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ต้องอาศัยสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องโดยสารสร้างความเพลิดเพลินระหว่างทาง ทั้งฟังเพลงจากบลูธูท และเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นๆ ดับความร้อนระอุจากสภาพอากาศภายนอกที่ทั้งร้อนและแห้งแล้ง

ก่อนจะเข้าสู่เมืองชีราซ คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ได้แวะเยี่ยมชมเพอร์เซโปลิส (Persepolis) แหล่งโบราณคดีชื่อก้องโลก อันเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยคำว่า Persepolis เป็นคำภาษากรีก แปลว่า เมืองที่ถูกทำลาย แต่มาพ้องเสียงกับคำว่า Persaipolis (เปอร์เซียโปลิส)ซึ่งแปลว่า เมืองของชาวเปอร์เซีย ปัจจุบันคนทั่วไปรู้จักคำว่า Persepolis ในความหมายของเมืองของชาวเปอร์เซียแทน

ในอดีตเพอร์เซโปลิสคือเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียอันยิ่งใหญ่ในยุค 525 – 424 ปี ก่อนคริสตกาล ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์สามพระองค์แห่งเปอร์เซียในราชวงศ์อเคมินิส ได้แก่ กษัตริย์ดาริอุสมหาราช กษัตริย์เซอร์เซก และกษัตริย์อาร์ทาเซอร์เซกที่ 1 ได้รับการปรับปรุงต่อเติมมาตลอดระยะเวลา 150 ปี โดยมีลักษณะเป็นป้อมปราการที่มีศูนย์กลางประกอบด้วยวังต่างๆ รวมถึงห้องโถงใหญ่ซึ่งเป็นที่เก็บทรัพย์สมบัติ และสิ่งของมีค่าที่มีความสำคัญต่ออาณาจักรเปอร์เซียโบราณในยุคนั้น ก่อนจะถูกกองทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชบุกทำลายจนพินาศในปี ค.ศ. 331 และถึงแม้จะเหลือแต่เพียงซากปรักหักพังให้ได้สัมผัส แต่ยังคงรับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่เคยเป็นมาในอดีต ทีมคาราวานอยู่ชื่นชมเพอร์เซโปลิสกันจนใกล้ค่ำ จึงมุ่งหน้าสู่เมืองชีราซ ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 40 กิโลเมตร อาหารเย็นวันนี้ทีมคาราวานเปลี่ยนมาทานพิซซ่าและสปาเกตตี้กันบ้าง หลังจากรับประทานอาหารท้องถิ่นมาหลายมื้อ จากนั้นแยกย้ายกันไปพักผ่อนเก็บแรงไว้เดินทางสู่เมืองต่อไปของอิหร่านในวันพรุ่งนี้


Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO


Day 25 : 27 มิ.ย. 2559 (ชีราซ - อีสฟาฮาน)

เข้าสู่การเดินทางวันที่ 25 ของขบวนคาราวาน เริ่มต้นวันนี้สบายๆ ด้วยระยะทาง 479 กิโลเมตร เราออกสายกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อให้ทีมคาราวาน ไฮลักซ์? รีโว่ ทั้งคนทั้งรถที่ผ่านการเดินทางที่ถือว่า ทรหดกว่า 24 วัน วันนี้ถือได้ว่าให้ทีมได้พักกันนานขึ้นอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะเข้าสู่การเดินทางของวันนี้ เป้าหมายปลายทางอยู่ที่เมือง อีสฟาฮาน

แต่ก่อนอื่นเราได้แวะชมประตูเมืองและกำแพงเมืองเก่าของเมืองชีราซกันก่อนจาก ซึ่งอยู่ในเส้นทางของวันนี้ ทีมคาราวานไม่รอช้าที่จะขอเก็บภาพถ่ายกันอย่างสนุกสนานกับเช้าวันสบายๆ โดยใช้เวลาไม่นาน คณะคาราวานก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองอีสฟาฮาน

เส้นทางวันนี้ไม่ได้มีอะไรต่างจากวันก่อนๆ ของประเทศอิหร่าน ลักษณะภูมิประเทศคล้ายๆ กัน ถนนมีทั้งสองเลนและสี่เลน ซึ่งผ่านทั้งทางเขาและทางพื้นราบ โดยตลอดเส้นทางจะต้องขับผ่านหมู่บ้านเป็นระยะๆ วันนี้ผู้ร่วมเดินทางได้ใช้ประโยชน์จากระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ หรือที่รู้จักกัน Cruise Control ด้วยการรักษาความเร็วคงที่ ไม่ต้องเหยียบคันเร่ง ช่วยลดความเมื่อยล้า เพิ่มความสะดวกสบายให้กับทีมได้มากทีเดียว และถึงแม้อากาศภายนอกรถจะร้อน แต่บางช่วงลมก็แรง ช่วงล่างของไฮลักซ์ รีโว่ ก็ยังนิ่งไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ สิ่งหนึ่งที่ยังสร้างความสุขให้กับพวกเราได้คือ การทักทายจากเจ้าบ้านที่ไม่ว่าเราจะขับรถอยู่ ก็จะมีรถเจ้าถิ่นมาชะลออยู่ข้างๆ พร้อมกับโบกมือทายทัก หรือตอนพักระหว่างทางเพื่อดื่มกาแฟ เข้าห้องน้ำ ก็จะเวียนมาทักทายเสมอ บางครั้งก็ขอถ่ายรูปคู่กับคณะคาราวาน บางครั้งขอถ่ายรูปกับรถไฮลักซ์ รีโว่ ซึ่งเดินทางไกลมาเยี่ยมเยียนถึงอิหร่าน ทุกคนมาด้วยความเป็นมิตรและความน่ารักทั้งนั้น

การเดินทางของคาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่ จะใช้ GPS เป็นผู้นำ พร้อมกับไกด์ท้องถิ่นสุดป่วนชวนฮามาร่วมเดินทางไปด้วยกัน จนในที่สุดช่วงบ่ายแก่ๆ เราก็มาถึงเมืองอีสฟาฮานเป็นที่เรียบร้อย

เมืองอีสฟาฮาน เป็นเมืองที่มั่งคั่งและเป็นศูนย์กลางการค้าขาย รวมไปถึงวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และมีโบราณสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอิหร่าน โดยเฉพาะการประดิษฐ์อักษรภาพอิสลามแบบชาวเปอร์เซีย ในอดีตที่นี่เป็นเมืองโอเอซิสศูนย์กลางการค้าขายของบรรดากองคาราวานที่ขึ้นล่องอยู่ในแถบทะเลทรายดัชเตการ์วี เมืองอีสฟาฮานถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากกรุงเตหะราน

วันนี้ทานข้าวเที่ยงกันตอนประมาณบ่ายสามครึ่ง เพราะร้านอาหารที่นี่ส่วนใหญ่จะปิด เนื่องจากอยู่ในช่วงการถือศีลอดของชาวมุสลิม

หลังจากที่เช็คอินเข้าพักโรงแรมในเมืองอีสฟาฮาน เพื่อไม่ให้เสียเวลาคณะคาราวานได้ออกไปเดินเล่น เพื่อศึกษาวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนในชุมชน เป้าหมายแรกห่างจากโรงแรมประมาณ 20 นาทีคือ สะพานคาจู (Khaju Bridge) เป็นสะพานที่เก่าแก่สร้างมาตั้งแต่ปี คศ.1650 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำซายันเดห์ (Zayandeh) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอีสฟาฮาน... เสียดายที่น้ำในแม่น้ำแห้งไปหมด จนคนทั่วไปสามารถลงไปเดินเล่นพักผ่อนมองท้องฟ้าได้

และจุดที่เป็นไฮไลท์ของเมืองที่พลาดไม่ได้ คือ จตุรัส นัค เอ ฌะฮาน (Naqsh-E-Jahan) ที่ได้ชื่อว่า เป็นจตุรัสที่ครองตำแหน่งที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลก รองจากจตุรัสเทียนอันเหมิน ณ กรุงปักกิ่งเท่านั้น ที่นี่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของสุดยอดงานศิลปกรรมราชวงศ์อยู่หลายอย่าง

เริ่มต้นที่ทางทิศใต้เป็นที่ตั้งของ มัสยิดอิหม่าม มัสยิดที่ใหญ่โตและงดงามวิจิตรตระการตา ทางทิศตะวันออกเป็นที่ตั้งของมัสยิดสำคัญอีกแห่ง ฃึ่งถือเป็นมัสยิดประจำราชวงศ์ของผู้ปกครอง มัสยิดล๊อตฟุลเลาะห์ มัสยิดแห่งนี้ มีขนาดพื้นที่ไม่ได้ใหญ่โต แต่รายละเอียดของงานศิลปกรรมและความสมบูรณ์ของลวดลายถือเป็นงานศิลปกรรมชั้นเอกของกษัตริย์อับบาสที่ 1 เลยทีเดียว และทางทิศตะวันตกก็เป็นที่ตั้งของพระราชวังอาลีคาปู (Aliqapu Palace) พระราชวังที่กษัตริย์ใช้ในการประกอบพิธีและประทับเพื่อทอดพระเนตรการละเล่นและการแสดงที่เกิดขึ้น ในจตุรัสเบื้องล่าง รอบๆ จตุรัสก็จะมีร้านค้าตั้งเรียงรายเพื่อให้บริการทั้งร้านขายของทั่วไป เสื้อผ้า ของที่ระลึก หรือแม้แต่พรมเปอร์เซียที่ขึ้นชื่อ

ในการเดินเล่นในเมืองอีสฟาฮาน ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าทำให้ได้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวเมือง ที่ส่วนใหญ่จะรวมตัวกันออกมานั่งพักผ่อน หย่อนใจ เอนกายกันทั่วบริเวณจตุรัส มีทั้งแบบครอบครัว เพื่อนฝูง หรือการจูงมือกันระหว่างคู่รัก และมีการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ทานข้าว ปิคนิค ปั่นจักรยาน เล่นกีฬาต่างๆ ที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขของชาวเมือง ขอบคุณมิตรภาพดีๆ ที่มีให้กัน เป็นอีกครั้งที่สามารถยืนยันได้ว่าคนอิหร่านน่ารักมาก พรุ่งนี้เตรียมมุ่งสู่เมืองหลวงเตหะราน และเตรียมต้อนรับคณะสื่อมวลชนที่จะมาเปลี่ยนมือร่วมเดินทางในช่วงที่ 4 !!


Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO     Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO

Hilux REVO Caravan Trip,กรุงเทพ – อิตาลี,คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่,ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน, Hilux REVO Caravan,Toyota Hilux REVO


Day 26 : 28 มิ.ย. 2559 (อีสฟาฮาน - เตหะราน)

การเดินทางของคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ เป็นการเดินทางที่มีเป้าหมายที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เพื่อตามรอยเส้นทางสายแพรไหม ทีมคาราวานเดินทางกันแบบ non stop วันนี้ถือเป็นการเดินทางเข้าสู่วันที่ 26 แล้ว มุ่งหน้าเมืองหลวงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

จากเมืองอีสฟาฮาน เริ่มต้นที่เวลา 9 โมงเช้า (ที่นี่เวลาช้ากว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง) ด้วยระยะทาง 515 กิโลเมตร เส้นทางเป็นที่ราบกึ่งทะเลทรายสลับกับภูเขาดินเป็นระยะๆ ระหว่างทางทีมคาราวานพบกับอุปสรรคเล็กๆ คือ มีรถหนึ่งคันขับทับอะไรสักอย่างทำให้ยางรถรั่ว แต่ทุกคนในคาราวานก็อุ่นใจ เพราะมีรถไฮลักซ์ รีโว่ Mobile Service ช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที รถสามารถวิ่งต่อได้อย่างไร้ปัญหา

วันนี้ทีมคาราวานได้แวะชมหมู่บ้านอะบียาเนห์ (Abyaneh Village) เส้นทางต้องไต่ขึ้น-ลงเขา และมีโค้งเยอะ แต่ไฮลักซ์ รีโว่ ก็ไม่ทำให้ทีมคาราวานผิดหวัง กับการเข้าโค้งของช่วงล่าง DCS ที่ยังหนึบ เกาะถนนได้อย่างมั่นใจเช่นเคย สองข้างทางมีความสวยงามขึ้นเรื่อยๆ จากสีเขียวของต้นไม้ ไม่นานเราก็มาถึงที่หมายหมู่บ้านอะบียาเนห์....

หมู่บ้านอะบียาเนห์ (Abyaneh Village) เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ใช้อิฐ และดินดิบในการสร้างบ้านลดหลั่นกันตามไหล่เขา ซึ่งอยู่บนเนินเขาคาร์คัส (Karkas) อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,890 เมตร หมู่บ้านแห่งนี้มีอายุยาวนานกว่า 2,500 ปี ขณะที่สิ่งปลูกสร้าง อาคารบ้านเรือนส่วนมากจะอายุราวๆ 500 กว่าปี แต่จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ที่ภูมิปัญญาสมัยก่อนจะสามารถใช้อิฐและดิน สร้างบ้านได้แข็งแรงอยู่จนมาถึงวันนี้ คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะเป็นหญิงชราและเด็ก ทำการค้าขายของที่ระลึกจำพวกผ้าคลุม เครื่องประดับต่างๆ ตลอดสองข้าง

หลังอาหารกลางวัน ทีมคาราวานออกเดินต่อกับสภาพเส้นทางที่ยังคงเป็นที่ราบกึ่งทะเลทราย ตลอดทางเมื่อเข้าสู่ชุมชนจะได้เห็นมัสยิดเป็นระยะๆ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และความศรัทธาทางศาสนา

วันนี้มีแวะเติมน้ำมัน ราคาน้ำมันในอิหร่านลิตรละ 3 บาทเท่านั้น ทีมคาราวานมาถึงกรุงเตหะรานเป็นที่เรียบร้อยในเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ตรงเข้าโรงแรมเพื่อทานข้าวเย็นกันเลย สิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นกับการเข้าสู่เมืองหลวงเตหะราน คือการจราจรและการขับขี่ของคนพื้นที่ ที่ไม่ให้สัญญาณไฟเลี้ยว ปาดหน้า ปาดหลัง เสียบข้าง กันอย่างเมามันส์ สร้างความวุ่นวายให้กับคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ต้องใช้ทั้งระบบเบรค และการเร่งเครื่องยนต์ตลอดเวลา และทีมคาราวานก็มาถึงโรงแรมด้วยความปลอดภัย

เตหะราน เป็นเมืองหลวงของประเทศอิหร่านและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแถบประเทศตะวันออกกลาง ประชากรในเมืองประมาณ 14 ล้านคนเศษ และนอกจากจะเป็นเมืองหลวงแล้ว ที่นี่ยังเป็นเมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมน้ำมัน อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจ การบินพาณิชย์ ในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกด้วย เรียกว่าบิ้กเบิ้มในภูมิภาคนี้เลยก็ว่าได้

วันนี้จะเป็นคืนสุดท้ายของกลุ่มที่ 3 และเป็นวันแรกของกลุ่มที่ 4 ที่เพิ่งเดินทางมาถึง พรุ่งนี้เตรียมมุ่งหน้าสู่เมืองชายแดนของประเทศอิหร่านกันต่อที่เมือง Tabriz !

 




PR News

ฮอนด้า มอบข้อเสนอพิเศษแห่งปี ลูกค้า ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ทุกคันเที่ยวฟรีถึงสวิตเซอร์แลนด์/ญี่ปุ่น เมื่อจองและรับรถภายใน 31 ส.ค. นี้ article
ปอร์เช่ฉลองครบรอบ 70 ปีอย่างยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ในงาน Sportscar Together Day article
กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ร่วมกับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ สานต่อโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ปีที่ 4
วอลโว่ จัดโปรโมชั่น “Save & Safe” พบข้อเสนอสุดพิเศษตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ต.ค.61 article
สรยท. ร่วมกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จัดกิจกรรม Mercedes-Benz Driving Even 2018 article
เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ส่ง Bentley Continental GT3 สู้ศึก Bangsean Grand Prix 2018
สัมผัสสุดยอดความเร็วระดับโลกกับบริดจสโตน ถึงขอบสนาม “ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ 2018”
ยามาฮ่าจัดการแข่งขัน “THAILAND TECHNICIAN GRAND PRIX 2018” ค้นหาสุดยอดช่างระดับประเทศเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่น
ปอร์เช่ จัดแคมเปญตรวจเช็คสภาพรถเพื่อความปลอดภัยต้อนรับหน้าฝน
เทคโนเซล ปรับโครงสร้างบริหารใหม่รับยุค 4.0 จันทร์นภา สายสมร นำทัพรับตำแหน่ง CEO
สุดคุ้ม โปรโมชั่นเด็ด “บางกอก ออโต ซาลอน 2018” วันนี้-8 ก.ค.นี้เท่านั้น
ยิ่งใหญ่กว่าเคย “ONE CHAMPIONSHIP” คัมแบ็คเมืองไทย ดึงยอดกำปั้น “เจ้าแหลม-ศรีสะเกษ” ป้องกันแชมป์โลก WBC ในบ้าน
ร่วมโหวตให้ 3 ผลงานเด็กไทย ที่ผ่านเข้ารอบการประกวดโครงการ “Toyota Dream Car Art Contest 2018” ระดับโลกในกิจกรรม “Makes Me Smile!”
Yamaha QBIX สีสันใหม่...สไตล์ก็ใช่ คันไหนก็โดน
นิสสัน ส่ง เอ็กซ์เทรล ลิมิเต็ด อิดิชั่น และ จีที-อาร์ ซูเปอร์สปอร์คาร์ระดับตำนาน ร่วมงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2018
อีซูซุ จัดทัพยนตรกรรม “บลูเพาเวอร์” รุ่นล่าสุด นำทีมโดย “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ลุยงาน “FAST Auto Show Thailand 2018”
เบนท์ลี่ย์ ประเทศไทย ยกทัพลุยงาน Fast Auto Show 2018 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษกับรุ่น Bentayga Diesel V8 เพียง 2 คันแรกในงานเท่านั้น
ปอร์เช่ ประเทศไทย ยกทัพรถสปอร์ตหรูร่วมอวดโฉมในงาน FAST Auto Show Thailand 2018
ฮอนด้า ย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ส่วนการขายและบริการไปยังอาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค ตั้งแต่ 2 ก.ค. นี้
นิสสันต้อนรับหน้าฝนด้วยบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรีและโปรโมชั่นสุดพิเศษ
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สร้างประสบการณ์ใหม่ที่เหนือกว่าแก่ลูกค้าที่งาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2018
มาสด้ายกทัพสกายแอคทีฟร่วมงาน FAST AUTO SHOW มอบข้อเสนอพิเศษทุกรุ่น
อาวดี้ ประเทศไทย จัดแคมเปญตรวจเช็คสภาพฟรี 40 รายการ พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่ 10% ตั้งแต่วันนี้ - 31 ก.ค.61
เปิดตัว สถาบันการศึกษาและฝึกอบรมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อย่างเป็นทางการที่ จ.ปทุมธานี
ทัพรถแข่งซูเปอร์จีที ถึงสนามช้างฯ พร้อมดวลสุดสัปดาห์นี้ “บุรีรัมย์” กิจกรรมอัดแน่นฉลองครบรอบ 5 ปี
โปรฯ เท่ๆ โดนใจ ร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี Honda Super Cub
โตโยต้าเมืองสีเขียว รวมพลังเครือข่ายเพื่อสิ่งแวดล้อม 4,500 คน ร่วมปลูกป่าชายเลน ปีที่ 14
ฮอนด้า ร่วมกับ ไอเอ็มจี มอบรายได้จากกิจกรรมการกุศล ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2018 ให้แก่ศิริราชมูลนิธิ
โตโยต้า ร่วมสนับสนุนสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ พร้อมสนับสนุนการจัดแข่งขัน TOYOTA Thailand Open 2018



Copyright © 2011 All Rights Reserved.